December 30, 2014

บทความที่ 13: ตัวอย่าง Cloze Passage จากข้อสอบ 7 วิชาสามัญ (ปี 2557)



อีกไม่นานน้อง ๆ ม.6 หลาย ๆ คนก็จะสอบวิชาสามัญ 7 วิชากันแล้วนะครับ เตรียมตัวกันพร้อมหรือยัง? ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษใน 7 วิชาสามัญจะค่อนข้างยากและเยอะ ส่วนใหญ่น้อง ๆ จะทำไม่ทันกัน


ข้อสอบภาษาอังกฤษส่วนที่วัดความรู้ทางไวยากรณ์จะอยู่ในรุปของ cloze passages นะครับ ไม่มีข้อสอบประเภท error identification (ถ้าปีนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบข้อสอบนะ) วันนี้พี่แมคเลยเอาข้อสอบ cloze passage มาให้น้อง ๆ ฝึกทำดูนะครับ

Cloze passage นี้นำมาจากข้อสอบ 7 วิชาสามัญที่สอบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2557

Dear Break-up woes,

…Relationships that are solid _____1_____can stand the test of time. A good relationship is about _____2_____and a mutual spirit to root for the others.  So do just that, for him and your own future.

The perfect match is someone who makes you happy, someone who makes you smile, makes everything seem better, comfortable and blissful. And while in your case it may seem  _____3_____  you've found it (and you may have), don't be hasty in  _____4_____ as a consequence, if the two of you are best for  _____5_____ then you'll know it in the long run.Time apart won't hinder much. In fact, time apart would bring you to better realization.

1.
a. ones that
b. to be the ones that
c. is the one's that
d. are the ones that
e. being ones that
2.
a. friends, honest, compatibility
b. friendly, honestly, compatibly
c. friendship, honesty, compatibility
d. friendly, honest, compatible
e.. friendliness, honest, compatibly
3.
a. as if
b. when
c. what
d. as
e. if
4.
a. what you do
b. that you do
c. how should do
d. where to do
e. which to do
5.
a. both
b. others
c. each other
d. one another
e. one and the other

พี่แมคว่า cloze passage อันนี้ไม่ยากเลย น้อง ๆ ควรลองทำเองดูก่อนนะครับ แล้วค่อยดูเฉลย


 ข้อ 1 

…Relationships [that are solid] _____1_____can stand the test of time. 

ข้อนี้ต้องแม่นเรื่อง clauses นิดนึงนะครับ ไม่งั้นอาจงงได้ (ถ้าใครงงก็ลองไปอ่านบทความเก่า ๆ ของพี่แมคดูได้ครับ โดยเฉพาะบทความที่ 1, 2, 5 และ 11)
  • Relationships เป็นคำนามขึ้นต้นประโยคแบบนี้ เราบอกได้เลยว่ามันเป็นประธานของประโยคหลัก
  • that are solid เป็นประโยครองขยายคำนาม relationships
  • ถัดจากจุดที่ขีดเส้นใต้พบกริยาวลี can stand เจ้านี่มันจะเป็นกริยาของประโยคหลักรึเปล่าน้อ? — คำตอบคือไม่ใช่ เพราะเมื่อเราดูที่ตัวเลือก จะพบว่าตัวเลือกทุกข้อต่างก็ลงท้ายด้วย that ซึ่งเป็นคำเชื่อมที่ใช้นำหน้าประโยครอง แสดงว่า can stand ต้องเป็นกริยาของประโยครอง
  • สรุปว่าตอนนี้กริยาของประโยคหลักยังไม่มี ดังนั้นกริยาที่เราจะเติมลงในช่องว่างต้องเป็นกริยาของประโยคหลัก
  • เนื่องจากกริยาของประโยคหลักต้องมี tense และต้องผันตามประธาน (relationships) ดังนั้นจึงตอบข้อ d. are the ones that
ถ้าใครอ่านคำอธิบายแล้วยังงง ๆ อยู่ ให้ดูภาพข้างล่างประกอบนะครับ


 ข้อ 2 

A good relationship is about _____2_____and a mutual spirit to root for the others.

เนื่องจาก about เป็น preposition ซึ่งเป็นตัวเชื่อมนาม เราจึงเลือกข้อที่เป็นคำนามทั้งหมด ดูจากตัวเลือกแล้วจะเห็นว่าง่ายมาก แค่ดู suffixes ก็ตอบได้แล้ว -ship, -ty, -ity เป็นหน่วยท้ายศัพท์ของคำนาม ดังนั้นจึงตอบข้อ c. friendship, honesty, compatibility ข้อนี้พี่แมคก็มีภาพประกอบแถมให้อีกแล้วครับ ลองไปดูกันเลย (NP ในภาพย่อมาจาก noun phrase ซึ่งอาจเป็นคำนามตัวเดียวโดด ๆ หรือเป็นคำนามที่มีส่วนขยายอยู่ด้วยก็ได้; อ่านเรื่อง phrases เพิ่มเติมได้ในบทความที่ 10)


หมายเหตุ ๑
  • ไม่ใช่ว่าพอไปเจออะไรที่ลงท้ายด้วย -ty แล้วจะไปเหมาว่ามันเป็นคำนามหมดนะครับ เพราะบางทีมันก็ไม่ใช่คำนาม เช่น dirty, thirsty, guilty เป็น adjectives (คำพวกนี้สร้างจากคำนาม dirt, thirst, guilt ตามลำดับ)
  • คำที่ลงท้ายด้วย -ty แล้วเป็นนามมักเกิดจากการนำ adjective + -ty เช่น honesty, cruelty เป็นต้น
  • สรุปเป็นหลักทั่วไปได้ว่า (ก) noun + -y → adjective  (ข) adjective + -ty/-ity → noun (แต่ก็อาจมีข้อยกเว้นอีก)
หมายเหตุ ๒
ประโยคนี้มีปัญหาด้านการใช้คำอยู่หลายจุด เช่น การใช้ the others ซึ่งไม่ถูกต้องตามบริบท (ที่ถูกควรใช้ each other หรือไม่ก็ใช้ the other หรือ others ขึ้นอยู่กับความหมายที่ต้องการสื่อ) นอกจากนี้คำว่า root for ก็ไม่เหมาะที่จะใช้ในบริบทนี้ (ควรใช้คำว่า support ตรง ๆ ไปเลยจะดีกว่า)
เรื่องการใช้คำไม่เหมาะสมนี้พี่แมคไม่ได้คิดเองเออเองคนเดียวนะครับ พี่แมคปรึกษาเจ้าของภาษามาเรียบร้อยแล้ว

 ข้อ 3 

And while in your case it may seem  _____3_____  you've found it (and you may have),

ข้อนี้ต้องเติม conjunction เพราะข้างหลังเป็น clause (S + V)
conjunction ที่ใช้ตามหลัง seem ได้ก็ได้แก่ as if, as though และ that เมื่อเราดูที่ตัวเลือกก็จะได้คำตอบคือข้อ a. as if นั่นเองครับ มาดูภาพประกอบกันเลย


 ข้อ 4 

don't be hasty in  _____4_____ as a consequence,

คำว่า hasty แปลว่า "เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจเร็ว" ใช้กับ preposition in
  • หลัง preposition นอกจากจะตามด้วย noun phrase อย่างในข้อ 2 แล้ว ยังสามารถตามหลังด้วย noun clause ที่ขึ้นต้นด้วย wh- ได้ด้วยนะครับ เพราะมันทำหน้าที่เทียบเท่านามเหมือนกัน (ดูบทความที่ 11)
  • ข้อ a. what you do อยู่ในรูป what + S + V ซึ่งเป็นโครงสร้าง noun clause ที่ถูกต้องแล้ว; don't be hasty in [what you do] แปลว่า "อย่าเร่งรีบในสิ่งที่คุณทำ" ความหมาย O.K. เลย
  • ข้อ b. that you do ขึ้นต้นด้วย that ใช้ไม่ได้ ส่วนข้อ c. how should do ขาดประธาน
  • ข้อ d. where to do "ที่ไหนที่จะทำ/จะทำที่ไหน" (ทำอะไรฟะ? ไม่รู้เรื่อง) ส่วนข้อ e. which to do "อันไหนที่จะทำ/จะทำอันไหน" ก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้นคำตอบก็คือข้อ a นั่นแหละครับ ไปดูภาพประกอบกันเลยครับ

หมายเหตุ
  1. wh- noun clause ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างเป็น wh-word + S + V เสมอไปนะครับ; ในกรณีที่ wh-word ทำหน้าที่เป็นประธานมันก็จะตามด้วย V ได้เลย (ดูตัวอย่างเพิ่มเติมได้ในบทความที่ 11)
  2. ประโยคนี้ก็มีปัญหาอีกแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการใช้เครื่องหมายวรรคตอน ลองยกทั้งประโยคมาดูนะครับ
And while in your case it may seem as if you've found it (and you may have), don't be hasty in what you do as a consequence, if the two of you are best for each other then you'll know it in the long run.
ประโยคนี้จัดเป็น run-on sentence ซึ่งถือเป็นข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ประเภทหนึ่ง (run-on sentence คือประโยคที่คนเขียนเอา clauses มาเรียงต่อกันไปเรื่อย โดยไม่ได้ใช้เครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวเชื่อมที่ถูกต้อง) กรณีนี้เราอาจแก้ไขโดยการตัดแบ่งประโยคตรงช่วง as a consequence ให้เป็นแบบใดแบบหนึ่งดังต่อไปนี้
...don't be hasty in what you do as a consequence. If the two of you are best for each other...
หรือไม่ก็
...don't be hasty in what you do. As a consequence, if the two of you are best for each other...
(แก้เป็นแบบหลังดูจะเข้าท่ากว่า)

 ข้อ 5 

if the two of you are best for  _____5_____ then you'll know it in the long run.

ข้อนี้ต้องดูความหมาย

if the two of you are best for ________ แปลว่า "ถ้าคุณทั้งสองคนดีที่สุด (เหมาะสมที่สุด) สำหรับ ________"
  • ข้อ a. both ทั้งสอง
  • ข้อ b. others คนอื่น ๆ หรือสิ่งอื่น ๆ
  • ข้อ c. each other = กันและกัน (ระหว่าง 2 คน/ตัว/สิ่ง)
  • ข้อ d. one another = กันและกัน (ใช้กับคน/สัตว์/สิ่งของตั้งแต่ 3 ขึ้นไป)
  • ข้อ e. one and the other = อันหนึ่งกับอีกอันที่เหลือ/คนหนึ่งกับอีกคนที่เหลือ
จะเห็นว่าข้อที่เหมาะที่สุดคือข้อ c นั่นเองครับ ไปดูภาพประกอบกันเลย


ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบครับ!


หากผู้อ่านมีคำถามหรือ comment ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้ โพสต์ได้ที่นี่เลยครับ click!