January 2, 2015

บทความที่ 14: ข้อสอบ "เรียงประโยค" ใน 7 วิชาสามัญ



Happy New Year! สวัสดีปี 2015 นะครับนักเรียนทุกคน




วันนี้พี่แมคจะมาพูดถึงข้อสอบ 7 วิชาสามัญต่อนะครับ ข้อสอบภาษาอังกฤษใน 7 วิชาสามัญจะมีข้อสอบประเภท paragraph organization (การจัดเรียงประโยคให้เป็นย่อหน้าที่สมบูรณ์) อยู่ 5 ข้อ

ข้อสอบเรียงประโยคใน 7 วิชาสามัญถือว่ายากกว่าข้อสอบเรียงประโยคใน GAT นะครับ (จะว่าไปมันก็ยากกว่า GAT ทุก part อยู่แล้ว) เพราะโครงสร้าง paragraph ใน GAT จะมีความชัดเจนและสมบูรณ์กว่า ยิ่งไปกว่านั้นใน 7 วิชาสามัญนี้ข้อสอบ 1 ข้อต่อ 1 paragraph ดังนั้นข้อสอบ 5 ข้อ ก็ต้องเรียง 5 paragraphs กลายเป็นต้องอ่านทั้งหมด 25 ประโยค อ่านกันตาแฉะเลย เหอ ๆ

แต่ข้อดีของข้อสอบเรียงประโยคใน 7 วิชาสามัญก็คือ "มี choices ให้เลือกเลยว่าข้อไหนเรียงถูกต้อง" ดังนั้นกลยุทธ์ในการทำข้อสอบอาจจะต่างจากข้อสอบ GAT เล็กน้อย เพราะเวลาทำเราสามารถดูตัวเลือกประกอบไปด้วย ซึ่งน่าจะช่วยประหยัดเวลาไปได้บ้างและทำให้เราไม่หลงทาง (มั้ง)

ข้อสอบ paragraph organization ข้อนี้นำมาจากข้อสอบ 7 วิชาสามัญที่สอบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2557

A. If you eat 1 egg for breakfast, that egg contains 213 mg.

B. Cholesterol is also known to run in families, so there are things that you can do to keep your cholesterol down.

C. High cholesterol levels are bad because they cause problems in the heart, and can also heighten your risk for many heart diseases.

D. To reduce your cholesterol level, try eating fruit or a healthy whole grain cereal every day.

E. People with high cholesterol should stay at around 200 mg. of cholesterol a day.

1. C-B-E-A-D
2. B-C-E-D-A
3. C-D-E-A-B
4. A-C-D-E-B
5. C-D-B-A-E

ลองทำเองก่อนนะครับ แล้วค่อยอ่านเฉลย

ก่อนอื่นเราจะมาหาประโยคแรกกันก่อนนะครับ ในขั้นตอนนี้เราอาจดู choices ประกอบไปด้วยก็ได้

ถ้าให้เดาเล่น ๆ จาก choices ที่ให้มา พี่แมคว่าประโยค C น่าจะขึ้นต้นนะ เพราะเค้าเอา C ขึ้นต้นมา 3 ข้อเลย (ข้อ 1, 3, 5) แต่ก็ไม่แน่หรอก เราอาจจะโดนคนออกข้อสอบหลอกก็ได้

ตัวเลือกข้อ 2 เอาประโยค B ขึ้นต้นเป็นไปได้มั้ย? คำตอบคือ "เป็นไปไม่ได้" เพราะ Cholesterol is also... มีคำว่า also ที่แปลว่า "ด้วยเหมือนกัน" คำ ๆ นี้เอาไว้เชื่อมความกับประโยคที่อยู่ก่อนหน้า เราจะเอามาไว้ประโยคแรกไม่ได้ ดังนั้นข้อ 2 ตัดทิ้งไปได้เลยครับ

จากตัวเลือกข้อ 4 เอาประโยค A ขึ้นต้นได้มั้ย คำตอบคือ "เป็นไปได้" แต่... มันเป็นการยกตัวอย่างกรณีเฉพาะขึ้นมา เมื่อเทียบกับประโยค C แล้ว C ควรขึ้นต้นมากกว่าเพราะตามปกติแล้วประโยคแรกควรเป็นประโยคที่กว้าง เป็นประโยคเกริ่นนำ และอาจเป็นประโยคใจความสำคัญ
(ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราพิจารณาตัวเลือกข้อ 4 จะเห็นว่าพอเอา A ขึ้นปุ๊บแล้วต่อด้วย C เลย มัน "เป็นไปไม่ได้" เพราะทั้งสองประโยคดูไม่เกี่ยวเนื่องกัน)

สรุปคือเอา C ขึ้นต้น

[1]C High cholesterol levels are bad because they cause problems in the heart, and can also heighten your risk for many heart diseases.

แล้วต่อด้วยอะไรดีล่ะ? คำตอบคือควรต่อด้วยประโยค B เพราะยังเป็นการพูดถึงเรื่องคอเลสเตอรอลอย่างกว้าง ๆ อยู่ จะเห็นว่ามีตัวเชื่อม also ปรากฏอยู่ด้วย ซึ่งจะต่อติดกับประโยคที่ [1] ได้พอดีเลย เพราะฉะนั้น...

[2]B Cholesterol is also known to run in families, so there are things that you can do to keep your cholesterol down.

ตอนนี้เหลือประโยค A, D, E เมื่ออ่านดูจะเห็นว่า A กับ E เกี่ยวกันอยู่ ถามว่าอันไหนควรขึ้นก่อน
  • ประโยค A บอกว่าไข่ 1 ใบ มีคอเลสเตอรอล 213 mg.
  • ประโยค E บอกว่าคนที่มีคอเลสเตอรอลสูงควรรักษาระดับคอเลสเตอรอลไว้ที่ประมาณ 200 mg. ต่อวัน
จะเห็นว่า E ควรมาก่อน A เพราะควรมีการกล่าวนำเกี่ยวกับระดับคอเลสเตอรอลที่ควรจะเป็น ก่อนจะยกตัวอย่างเรื่องการกินไข่ซึ่งเป็นกรณีเฉพาะขึ้นมา
(หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่แสดงว่า E ต้องมาก่อน A แน่ ๆ คือประโยค E กล่าวไว้ชัดเจนว่า 200 mg. of cholesterol ขณะที่ประโยค A บอกแค่ 213 mg. เฉย ๆ แสดงว่าผู้เขียนละ "of cholesterol" ไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะถือว่าได้เขียนบอกไว้ในข้อความก่อนหน้าแล้ว)

ต่อมาก็ต้องดูว่าประโยค D ที่กล่าวถึงวิธีลดคลอเรสเตอรอล เราจะวางมันไว้ตรงไหนดี คำตอบก็คือต้องวางไว้ท้ายสุด เพราะถ้าจู่ ๆ เราตัดจบ paragraph ที่ประโยค A คงจะไม่งามแน่เพราะ paragraph นี้จะเหมือนหมาหางด้วน ปราศจากข้อสรุป ดังนั้นเราจะเรียงประโยคที่เหลือได้ดังนี้

[3]E People with high cholesterol should stay at around 200 mg. of cholesterol a day.

[4]A If you eat 1 egg for breakfast, that egg contains 213 mg.

[5]D To reduce your cholesterol level, try eating fruit or a healthy whole grain cereal every day.

∴ ตอบข้อ 1. C-B-E-A-D

น้อง ๆ บางคนอาจจะอ่านแล้วบอกว่า "โอ๊ย มานั่งคิดอย่างนี้จะทำข้อสอบทันมั้ย" พี่แมคก็ตอบให้เลยว่า "ไม่ทันหรอกครับ" อ้าว... :-S   ล้อเล่นครับ ;-) ต้องทันสิ อย่าลืมว่ากระบวนการคิดถ้าฝึกบ่อย ๆ มันก็เร็วขึ้น และเวลาคนเราคิด เราก็ไม่ได้มานั่งคิดในรูปของคำอธิบายยืดยาวแบบนี้จริงมั้ยครับ

นอกจากจะฝึกทำโจทย์บ่อย ๆ แล้ว วิธีการเตรียมตัวเพื่อที่จะทำให้เราทำข้อสอบแบบนี้ได้ดีก็คือฝึกอ่านบทความเยอะ ๆ และเวลาอ่านต้องสังเกตวิธีการเขียนของเค้าด้วย ว่าผุ้เขียนเกริ่นนำอย่างไร เชื่อมความอย่างไร ประโยคใจความสำคัญอยู่ที่ไหน ลองฝึกดูครับ


หากผู้อ่านมีคำถามหรือ comment ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้ โพสต์ได้ที่นี่เลยครับ click!